วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

รองเท้าส้นสูงคู่สวย ใส่ไม่เป็นอันตรายกว่าที่คิด เรื่องน่ารู้ รองเท้าส้นสูง

รองเท้าส้นสูงสำหรับผู้หญิงแล้วไม่ใช่เป็นเพียงแค่รองเท้า ธรรมดา แต่รองเท้าส้นสูง สำหรับผู้หญิงหลาย ๆ คนแล้ว มันช่วยเพิ่มความมั่นใจ เพิ่มความโดดเด่น เสริมบุคลิกภาพและช่วยในการเข้าสังคมได้อย่างดี ยิ่งเมื่อใส่กับเสื้อผ้าหรือชุดที่เหมาะสม แต่คุณผู้หญิงรู้รึไม่ว่าการใส่ รองเท้าส้นสูง ที่นานและบ่อยจนเกินไปอาจจะทำลายสุขภาพและร่างกายของคุณได้ 


ผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำมักพบอาการปวดเมื่อยกล้าม เนื้อได้ง่ายกว่าผู้หญิงที่ใส่รองเท้าผ้าใบปกติมาก การใส่รองเท้าส้นสูงนาน ๆ ยังทำให้เกิดโรคข้อนิ้วหัวแม่เท้าเสื่อม แข็งเกผิดรูป รวมทั้งยังอาจทำให้เกิดตาปลา เจ็บบริเวณเล็บหรือเป็นเล็บขบได้อีกด้วย

ร่างกายไร้สมดุลถ้าใส่รองเท้าส้นสูงไม่เป็น

- ทำให้หลังส่วนกลางบิดโค้งมากเกินไป
- เชิงกรานถูกยกอย่างไม่สมดุล ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณช่วงเชิงกรานทำงานหนัก
- เข่าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทำให้เป็นโรคกระดูกหรือข้อต่ออักเสบได้
- การเดินเขย่งจะทำให้กล้ามเนื้อน่องสั้นขึ้น
- ข้อเท้าอาจจะแพลงได้ง่ายจากการเดินผิดท่า
- เท้าต้องรับหน้าที่หนักในการรักษาสมดุล ส่งผลต่อกระดูกฝ่าเท้าอาจจะมีอาการปวดเมื่อยจนถึงอักเสบได้ สำหรับการใส่ส้นสูงมากกว่า 1 นิ้วครึ่ง

เลือกรองเท้าส้นสูงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเองเลือกรองเท้าส้นสูงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง

1. เลือกรองเท้าส้นสูงในระดับความสูงที่ประมาณ 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่งกำลังดี ในกรณีที่ต้องการรองเท้าส้นสูงที่สูงกว่า 3 นิ้ว อาจจะใช้การแต่งกายช่วย เช่น การใส่กางเกงขายาว หรือ กระโปรงยาว เสริมบุคคลิคให้ดูสูงเพรียวแทน แต่ถ้าจำเป็นต้องใส่แนะนำเลือกส้นที่เป็นเส้นเล็ก แทนส้นตัน จะช่วยรับน้ำหนักได้ดี
2. วัสดุของรองเท้า ควรเลือกรองเท้าส้นสูงที่บุพื้นนิ่ม ๆ หน่อย หนังของรองเท้าต้องนุ่มใส่สบาย รองเท้าส้นสูงที่สูงเกิน 3 นิ้วควรมีสายรัด เพื่อการเดินที่สะดวก
3. ถ้าไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูงทั้งวันแนะนำให้หารองเท้าอีกคู่มาใส่เปลี่ยนในช่วงเวลาธรรมดาเพื่อพักการทำงานของเท้า

ดูแลตัวเองง่าย ๆ เพื่อให้ใส่รองเท้าคู่สวยไปได้อีกนาน

หากมีอาการปวดเมื่อยเท้าจากการใส่รองเท้าส้นสูง ให้หาน้ำอุ่นแช่ด้วยระดับน้ำสูงครึ่งน่อง 10-15 นาที พร้อมทั้งออกกำลังเท้า โดยการกระดกปลายเท้าขึ้นลง เหยียดนิ้วเท้าบ้าง พร้อมหันฝ่าเท้าสลับเข้าออก แล้วใช้มือบีบนวดบริเวณอุ้งเท้า ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทรวมอยู่เป็นจำนวนมาก

สปาเท้า เปิดเวลาพักผ่อนหลังใส่รองเท้าส้นสูงมาทั้งวัน

คุณอาจจะหาเวลาว่างในการดูแลเท้าของตัวเองบ้าง การทำสปาเท้าที่บ้านจะช่วยให้ฝ่าเท้าของคุณได้รับการพักผ่อน ลองหามะขามเปียกมาขัดเท้าของคุณ หลังจากนั้นตามด้วยสบู่โดยใช้แปรงสีฟันอันเก่า ๆ ของคุณมาถูบริเวณรอยดำ รอยด้าน หลังจากนั้นชุบโทนเนอร์ขัดบริเวณส้นเท้า จบด้วยการทาโลชั่นให้ทั่ว หยุดเดินแล้วพักเท้าซักพักแค่นี้ก็ช่วยให้เท้าของคุณพร้อมที่จะเจองานหนัก ๆ ได้อีกนานแล้วค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ แฟชั่น จาก  n3k.in.th 

เสื้อกันฝน

เมื่อย่างเข้าสู่หน้าฝนแบบนี้เห็นทีสิ่งที่คุณผู้หญิงหลายคนกำลังตามหาคงจะหนีไม่พ้นเสื้อกันฝนและ ร่มอย่างแน่นอน และหากว่า คุณก็กำลังมองหา เสื้อกันฝนแฟชั่น ในสไตล์เกาหลีอยู่ล่ะก็ วันนี้เราจึงขอมาแนะนำ เสื้อกันฝน ที่ดูน่ารักและเหมาะกับคุณผู้หญิงหลาย ๆ ท่านมาก ๆ เลยทีเดียวเชียวค่ะ แถมยังเป็น เสื้อกันฝนอย่างดี มีหมวกข้างหน้ากันฝนสาดใส่หน้าอีกด้วยค่ะ คุณผู้หญิงท่านไหนชอบใน เสื้อกันฝนแฟชั่น ก็ห้ามพลาดที่จะหาซื้อมาพกพาเวลาฝนพร่ำกันนะจ๊ะ 



แหม๋...เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับ เสื้อกันฝน สไตล์เกาหลีแบบนี้ดูเก๋ไก๋มิใช่น้อยกันเลยใช่ไหมล่ะค่ะ ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งต้องควรหาซื้อ เสื้อกันฝน ไปสวมใส่กันซะนะค่ะ เพราะนอกการจะเป็นแฟชั่นเกาหลีที่ไม่ตกเทรนด์แล้วยังทำให้คุณนั้นไม่ต้อง เปียกฝนอีกต่างหาก ก็เพราะว่าคือ เสื้อกันฝน ถึงทำให้คุณไม่ต้องเปียกและสวยใสได้ตลอดเวลาเลยค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ แฟชั่น จาก  n3k.in.th 
ขอขอบคุณรูปภาพ จาก dodostyle

ชุดแซกลายทาง

เป็นอีกหนึ่งความอินเทรนด์ที่คิดว่าคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชอย่างไม่น่าพลาดกับชุดแซกลายทาง สำหรับ แบบชุดแซกลายทาง นี้จะเป็นสไตล์ที่ดูเรียบๆ แต่ขอบอกว่าอินเทรนด์มากๆ แบบชุดแซกลายทาง นี้ตรงช่วงแขนและชายกระโปรงจะเป็นแบบระบายเบาๆ บานๆ แต่จะจับตรงช่วงแถวๆ เอวและช่วงไหล่ให้เข้ารูป ต้องบอกเลยว่า ชุดแซกลายทาง นี้เป็นสไตล์ที่ดูแปลกตาและอินเทรนด์ไม่เหมือนใครจริงๆ คุณผู้หญิงคนไหนที่ไม่อยากพลาดความอินเทรนด์ แบบชิคๆ แล้วหล่ะก็รับรองได้เลยค่ะว่า ชุดแซกลายทาง นี้จะเป็นความอินเทรนด์ที่แน่นอนค่ะ รู้ว่าชิคขนาดนี้คุณผู้หญิงยังจะกล้าพลาดอยู่ อีกหรอค่ะ 






เป็นยังงัยกันบ้างค่ะคุณผู้หญิงสำหรับชุด แซกลายทาง หวังว่าคุณผู้หญิงที่กำลังมองหาแบบแฟชั่น เสื้อผ้าเก๋ๆ สักตัวคงจะถูกใจกับชุดแซกลายทางที่เรานำมาแนะนำใน วันนี้นะค่ะ ใครที่รู้ตัวว่าคุณผู้หญิงคือผู้นำความชิคสุด อินเทรนด์รับรองว่าคุณผู้หญิงจะไม่มีทางมอง ข้ามชุดแซกลายทางของเราในวันนี้อย่างแน่นอนค่ะ แล้วในครั้งหน้าอย่าลืมมารออัพเดทกันได้เรื่อยๆ เลยนะค่ะ รับรองว่าคุณผู้หญิงจะไม่มีทางเอ้าอย่างเด็ด ขาดเลยค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ แฟชั่น จาก  n3k.in.th 
ขอขอบคุณรูปภาพเสื้อผ้าแฟชั่น จาก qng

ทรงผมมหาลัย

จากที่เราเห็นส่วนใหญ่วันที่กำลังเดินตามกระแสแฟชั่นแบบติดหลังนั่นก็คือ สาวๆ มหาลัยนั่นเอง เพราะสาววัยนี้จะต้องทำตัวเองให้ดูดี ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะสังคมในวัยมหาลัยจะแข่งขันกันเรื่องของแฟชั่นค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นอะไรที่มาใหม่สาวๆ จะไม่มีทางพลาดแน่นอนค่ะ รวมไปถึงแฟชั่นทรงผมของเราในวันนี้ ทรงผมมหาลัย นั่นเองค่ะ ถึงแม้กระแสแฟชั่นจะแรง แต่ก็อย่าลืมว่ายังคงเป็นนักศึกษาเพราะฉะนั้นแล้ว อะไรที่แบบว่าเยอะเกินไปก็ไม่ควร แต่ด้วย แบบ ทรงผมมหาลัย เป็นเทรนด์แฟชั่นที่อินเทรนด์ และไม่ได้ดูเยอะ เป็นแฟชั่นที่เหมาะสำหรับสาวๆ มหาลัยที่เน้นความทันสมัย และอินเทรนด์ อีกอย่างคือ ทรงผมมหาลัย ทรงนี้เป็นอีกหนึ่งทรงผมที่ทำง่ายมากๆ และที่สำคัญดูเก๋มากๆ และสาวๆ มหาลัยส่วนใหญ่ก็นิยมทำ ทรงผมมหาลัย ทรงนี้กันนัก แล้วคุณล่ะค่ะ จะพลาดได้หรอ 





โห เป็นเทรนด์ที่แบบว่าเก๋ และมีสไตล์มากๆ ดูเรียบๆ แต่ซ่อนความทันสมัยไว้ครบ เห็นทีงานนี้ ทรงผมมหาลัย ทรงนี้คงจะฮิตจนเป็นเทรนแฟชั้น ทรงผม 2014 ทรงผม 2015 ได้เลยก็เป็นได้นะค่ะเนี่ย แล้วครั้งหน้าความอินเทรนด์ของเราจะฮอตและร้อนแรงเท่านี้ไหม ฝากให้สาวๆ รอติดตามอัพเดทกันด้วยนะค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ แฟชั่น จาก  n3k.in.th
ขอขอบคุณรูปภาพทรงผม จากอินเตอร์เน็ต
ทรงผมญี่ปุ่น , ทรงผมดัด , ทรงผมประบ่า , ทรงผมหน้าม้า

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

รู้ก่อนกินยาลดความอ้วน

ตามปกติแล้วคนที่มีน้ำหนักเกินส่วนใหญ่มักจะพยายามลดน้ำหนักด้วย ตัวเองก่อน โดยทางเลือกลำดับต้นๆ มักหนีไม่พ้นการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย ซึ่งถ้าปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจริงๆ ก็สามารถลดน้ำหนักตัวลงได้อย่างที่ต้องการ


ทว่าคนที่พยายามลดน้ำหนักด้วยสองวิธีดังกล่าวแล้วยังไม่เห็นผล ส่วนใหญ่มักจะเลือกการกินยาลดความอ้วนเป็นทางเลือกในลำดับถัดมา นัย ว่าสะดวกและได้ผลรวดเร็วดี แถมเดี๋ยวนี้ยาลดความอ้วนซื้อหาได้ง่าย เห็นมีโฆษณากันแพร่หลายในหลายๆ สื่อ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายเงินซื้อมารับประทานโดยไม่คำนึงถึงผลดี ผลเสีย คิดแค่ว่าขอให้น้ำหนักลดลงเป็นใช้ได้ อย่างนี้ก็คงไม่ดีแน่ครับ  

คนที่จะกินยาลดความอ้วนไม่ควรสุ่มสี่สุ่มห้าซื้อยามารับประทาน เอง เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องลดน้ำหนักโดย ตรง เพื่อแพทย์จะ ได้ให้คำแนะนำรวมถึงพิจารณาว่ายาแบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณ และต้องใช้ขนาดยาเท่าใดในการลดน้ำหนัก พร้อมกับอธิบายผลข้างเคียงของยาซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้บ้าง บางคนในระหว่างการทานยาลดความอ้วน เช่น คอแห้ง กระหายน้ำใจสั่น เป็นต้น ยาลดความอ้วนมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานและช่วยลดความหิว ความอยากอาหาร  

การใช้ยาให้ได้ผล ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ไม่ ควรซื้อมารับประทานเอง เพราะอาจจะได้ยาที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้เกิดอันตรายตามมาภายหลัง แพทย์จะอธิบายการใช้ยา อาการข้างเคียงของยา ซึ่งอาจเกิดขึ้นในบางคน รวมทั้งการปฏิบัติตัวในการรับประทานอาหาร ประเภทของอาหาร ปริมาณอาหาร เพื่อความเข้าใจและปลอดภัยต่อ สุขภาพร่างกาย ในปัจจุบันโรงพยาบาลได้มีการนำสมุนไพรมาใช้ในการลดความอ้วน ซึ่งจะมีผลข้างเคียงน้มากหรือไม่มีเลย  

ยาลดน้ำหนักที่เป็นยาสมุนไพร ได้แก่ กลุ่มยาระบาย มะขามแขก ชุม เห็ดเทศ หรือ จะเป็นกลุ่มที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และกลุ่มที่ทำให้เกิดอาการอิ่มท้องได้นานๆ เนื่องจากอุดมด้วยสารไฟเบอร์จากธรรมชาติ เช่น เม็ดแมงลัก หรือ ผักพื้นเมืองของไทยอย่างผักบุ้งที่นำมาบดเป็นผงบรรจุในแคปซูล เมื่อรับประทาน จะช่วยลดความอ้วนเพราะทำให้ท้องอิ่ม ทานอาหารได้ลดลงและเนื่องจากเป็นสาร ที่มีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่และไม่ถูกย่อยสลาย จึงไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แถมยัง ไปเพิ่มกากอาหารทำให้ระบบการย่อยและระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น คุณผู้อ่านที่ตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะใช้ยาลดความอ้วนในการลดน้ำหนัก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เมื่อเริ่มทานยาก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลในการรักษา และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลดน้ำหนักด้วยครับ  

ในระหว่างการใช้ยาลดน้ำหนัก ต้องรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน บางคนคิดว่ากินยาลดน้ำหนักแล้ว ฉันต้องผอมแน่ๆ ก็เลยยังคงกินอาหารเหมือนเดิม หรือไม่ก็เผลอตามใจปากอยู่เรื่อยๆ คิดแต่ว่ากินเข้าไปเถอะยังไงก็ไม่อ้วนออกกำลังกายก็ไม่ทำ ไม่ขยับเคลื่อนไหวเพื่อเผาผลาญพลังงานอะไรเลย หวังพึ่งแต่ยาลดน้ำหนักอย่างเดียว ปรากฎว่าน้ำหนักไม่ลดแถมยังขึ้นเอาๆ ก็มาโวยวาย กับหมอว่าทำไมทานยาไปแล้วน้ำหนักถึงไม่ลด อย่างนี้ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ช่วยไม่ได้ครับ บางคนเข้าใจว่าที่น้ำหนักไม่ลดเพราะทานยาน้อยเกินไปก็มี เลยใช้วิธีเพิ่มปริมาณยามากขึ้น เพราะหวังว่าจะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ คนที่คิดแบบนี้หมอว่าน่าเป็นห่วง การใช้ยาเกินปริมาณจะทำให้เกิดอันตรายจากผลข้างเคียงของยาได้ ต้องระวังในข้อนี้ให้จงหนัก ทีนี้เมื่อน้ำหนักลดลงตามที่ต้องการแล้ว ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อปรับลดขนาดยาลง และเพื่อให้น้ำหนักคงที่ไม่เกิดอาการ yo yo effect ตามมาด้วยครับ หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำนี้กันมาบ้างแล้วนะครับ  

อาการ yo yo effect เป็นสิ่งที่คนทานยาลดน้ำหนักมักจะกลัวกัน คือ หลังจากหยุดใช้ยาน้ำหนักจะสูงกลับขึ้นเท่าเดิม หรือจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะร่างกายปรับสภาพให้เผาผลาญพลังงานน้อยลงในช่วงที่ทานยา พอหยุดยาร่างกายยังคงเผาผลาญในอัตราเท่าเดิม ถ้าไม่ระมัดระวังเรื่องการกินก็มีสิทธิ์น้ำหนักขึ้นพรวดกลับมาใหม่ได้

  ดังนั้น หลังจากหยุดทานยา ต้องควบคุมเรื่องอาหารให้ดี เช่น รับประทานอาหารแค่พออิ่ม หลีกเลี่ยงอาหารที่อุดมด้วยไขมัน แป้ง ของทอด ควรปรุงอาหาร ด้วยวิธีนึ่ง เผา ย่าง และต้ม หลีกเลี่ยงของหวาน น้ำหวาน หรือน้ำอัดลม หันมารับประทานผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัดแทน เป็นต้น แล้วอย่าลืมออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยนะครับ  

สาวๆ ที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการลดน้ำหนัก ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วนะครับ และหากคิดพึ่งพายาลดความอ้วนเพื่อเป็นอีกทางหนึ่งควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายด้วยล่ะก็ เชื่อว่าความฝันที่จะมีหุ่นผอมเพรียวอย่างที่ตั้งใจไม่ใช่เรื่องยากครับ 

ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก CRYSTAL

5 วิธีไดเอ็ต ที่แย่ที่สุด



1. ไดเอ็ตด้วยการกินอาหารแค่บางประเภท เช่น ซุปกระหล่ำปลี หรือ องุ่น แต่จะกินสักกี่ถ้วยถึงจะพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะ คนเราต้องการสารอาหารหลากหลายประเภทถ้ากินอาหารประเภทนี้ซ้ำๆ อาจจะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่คุณก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหารไปในทันที

2. ไดเอ็ตดีท็อกซ์ เชื่อกันว่าเป็นการล้างสารพิษออกจากร่างกาย จริงแล้วเปล่าเลย มันกลับเป็นวิธีที่ดูโง่ที่สุดและไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์แล้วว่า ดี จริงๆ แล้วอวัยวะในร่างกายของเราดีอยู่แล้วมีระบบฟอกกรองของเสียของร่างกาย เช่น ตับและปอด โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดีท็อกซ์ในการล้างสารพิษ ฉะนัน ปล่อยให้มันเป็นไปตามกระบวนการทำงานของร่างกายดีกว่า

3 .ไดเอ็ตด้วยอาหารหรือยามหัศจรรย์ ลืมไปได้เลยว่าจะมีอาหารหรือยาชนิดไหนสามารถช่วยลดความอ้วนของคุณได้ในระยะ เวลายาว โดยที่กินแล้วไม่มีผลกระทบข้างเคียง คุณอาจจะกินวิตามินเสริมไปกับการลดน้ำหนักได้ แต่แนะนำว่ารับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะดีกว่า

4. ไดเอ็ตที่ต้องอด กลายเป็นค่านิยมสำหรับสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักไปแล้ว แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์เลย เพราะถ้าคุณกินอาหารไม่เพียงพอก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายและเมื่อคุณเลิกอดอาหาร กลับมาทานปกติระบบเผาผลาญก็จะแปรปรวนจนเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์และกลับมาอ้วนอีก

5. ไดเอ็ตที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง ถ้ามันฟังดูดีจนเกินไปจนไม่น่าทำได้จริง มันก็คงเป็นเช่นนั้น แผนการไดเอ็ตที่อ้างถึง "ความลับ" บางอย่างที่ตรงข้ามกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือมันก็อาจเป็น ความลับที่เป็นไปไม่ได้ก็ได้


ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก ลิซ่ากูรู

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

25 วิธี....หนีพ้นจากความอ้วน

 ความอ้วนเป็น เรื่องใหญ่สำหรับสาวๆ แต่เมื่อต้องเผชิญกับมัน เราก็ต้องรีบขจัดเจ้าไขมันเหล่านี้ออกไป วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้สาวๆ หนีไกลจากความอ้วนมาฝากกันค่ะ



1.การตั้งเป้าหมายสำหรับตัวคุณเองเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องทำ และอย่าลืมว่าการลดน้ำหนักต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าเพิ่งยอมแพ้

2.ลองสังเกตดูความแตกต่างของท่าทางการรับประทานอาหาร และระยะเวลาของคนรูปร่างดีกับคนอ้วน

3.ชั่งน้ำหนักบ่อยๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่จะยิ่งทำให้หมดกำลังใจ

4.ลองถ่ายรูปก่อนเริ่มลดน้ำหนักแล้วตั้งใจทำตามที่คิดไว้ เห็นผลแตกต่างที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

5.พยายามหากิจกรรมอื่นที่คุณสนใจมาทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอาหาร ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิค่ะว่า ถ้าเราได้ทำอะไรๆ ที่เราชอบเป็นเวลานานๆ เราลืมหิวไปเลยละ่ค่ะ

6.การรับประทานอาหารร่วมกันกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ควรตักอาหารไว้ในจานแต่พออิ่ม และไม่รับประทานเพิ่มอีก

7.อย่ากังวลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้มากเกินไปจนเครียด
การลดน้ำหนักต้องใช้เวลาไม่ใช่ทำได้ภายใน 1-2 วัน ขั้นต่ำ ก็เป็นเดือน

8.การตั้งข้อห้ามไม่ให้ตัวเองรับประทานอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ซะมากมาย
ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง "ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ"

9.อย่าทำกิจกรรมอื่นร่วมกับการรับประทานอาหาร
เช่น ดูโทรทัศน์ร่วมกับการรับประทานอาหาร เพราะคุณจะรับประทานเพลินอย่างไม่รู้ตัว

10.ลองหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
ที่น่าสนใจกว่าการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว เช่น การไปเที่ยวต่างจังหวัด ดูแลบ้าน ตกแต่งบ้าน

11.ถ้าตรงหน้าคุณไม่มีอาหารวางอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องทำให้คุณคิดถึงมัน
คุณจงคิดเสมอว่าเรามีอะไรอย่างอื่นต้องทำอีกมากมายมากกว่าการกิน

12.รับประทานอาหารตามมื้อ อย่ากินจุบกินจิบตามใจตัวเอง เพราะนั้นจะนำมาซึ่งความอ้วน

13.เคี้ยวอาหารช้าๆ ให้ละเอียด คุณจะใส่ใจกับสิ่งที่รับประทานเข้าไปมากขึ้น

14.อย่าคิดอดอาหารมื้อใด เพราะมื้อต่อไปคุณจะรับประทานมากกว่าที่ควร (ข้อนี้สาวๆหลายคนมักเข้าใจผิดว่า การอดอาหารเเล้วจะผอม แต่หารู้ไม่ว่ามันการคิดที่ผิดอย่างมาก)

15.จำกัดสถานที่รับประทานอาหารไว้ที่โต๊ะอาหารเท่านั้น  อย่า พยามวางไว้หลายจุดเพราะคิดว่ามันจะสะดวกเวลาคุณจะรับประทาน แต่นั้นจะเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีแก่คุณเอง เนื่องจากคุณสามารถหยิบทานตรงไหนก็ได้ แทนที่จะเดินไปกินที่โต๊ะ

16.ลองนำกระจกมาตั้งไว้ตรงหน้า แล้วสังเกตดูว่า คุณกำลังแข่งรับประทานอาหารกับใครอยู่หรือเปล่า?

17.แปรงฟันทันที หลังรับประทานอาหารเสร็จ เพื่อกำจัดความอยากรับประทานอาหารอีก

18.ซื้อของขวัญเป็นรางวัลในการลดน้ำหนักให้กับตัวเอง คุณจะได้รู้สึกว่าได้ให้อะไรกับตัวเองบ้าง เช่น ชุดใหม่สำหรับหุ่นที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม

19.ถ้าต้องไปร่วมงานสังสรรค์ใดๆ ขอแนะนำให้คุณรับประทานอาหารไปก่อน และพยายามรับประทานอาหารในงานเลี้ยงให้น้อยที่สุด

20.การไปซื้ออาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตควรเขียนรายการของที่จะซื้อไว้ก่อนและเลือกซื้อตามรายการเท่านั้น และขอย้ำว่าห้ามซื้อเกินจากรายการที่คุณจดไว้ เพราะแน่นอนว่าขอที่คุณจะเลือกเกินมานั้นแหละ คือ อาหารที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณอ้วน

21.หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่จะทำให้ต้องเจอกับอาหารมากมาย เพราะคุณจะห้ามใจไม่อยู่

22.ในแต่ละมื้อที่รับประทานคุณควรตักอาหารแต่พออิ่มเท่านั้น ถ้าคุณจะกินต่อจนแน่นเพราะ อาหารอร่อย หรือเสียดายของ ก็คงรู้ใช่ไหมค่ะถึงผลที่จะตามมา

23.อย่าได้ไปเลือกซื้ออาหารเวลาที่คุณหิว เพราะเวลาคนหิยเห็นอะไรก็อยากทานไปหมด แล้วถ้าคุณซื้อมาเยอะคุณเสียดาย คุณก็จะทานมันไปให้หมดและคุณก็จะอ้วน

24.หาเหตุผลในการลดน้ำหนักให้กับตัวเองและระลึกไว้เสมอ ขณะลดน้ำหนัก นี่เป็นวิธีการให้กำลังใจที่ดีวิธีหนึ่ง เผื่อเวลาที่คุณกำลังจะหมดความอดทนต่ออาหารตรงหน้า

25. ข้อสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และลดความอยากอาหารไปได้มากทีเดียว

อย่าลืมนะค่ะ การออกกำลังและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของเรานะค่ะ สาวๆ ห้ามละเลยเป็นอันขาด....

ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก สนุกดอทคอม