วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

40 เทคนิคพันผ้าพันคอให้ชิคสุดใจ

วันนี้ women mthai เก็บเทคนิคการ พันผ้าพันคอ ให้เหล่าสาวๆ นำมาประยุกต์ใช้กันให้สนุกครบรสในทุกสไตล์การแต่งตัว และ ถึงแม้อากาศจะไม่หนาวเย็นมากเกินไป แต่แฟชั่น พันผ้าพันคอ ก็สามารถนำมา มิ๊กซ์กับชุดสวย ได้ทุกฤดู ทุกโอกาสกันเลยทีเดียว ไปสนุกกันเลยค่ะ



ขอขอบคุณรูปภาพแฟชั่น 40 เทคนิคพันผ้าพันคอให้ชิคสุดใจ
จาก Women Mthai Team ภาพประกอบจาก…pinterest

แฟชั่น 10 สาวน่ากอด 2013

แฟชั่น 10 สาวน่ากอด 2013
ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์

  


HUG ME IF YOU CAN Fashion แฟชั่น Girl Idol จากเหล่า 10 สาวน่ากอด ประจำปี 2013 มีใครกันบ้างไปดูเลยจ้า

 
คิมเบอร์ลี่



เต้ย จรินทร์พร



มิ้นต์ ชาลิดา 



แต้ว ณฐพร 



ใหม่ ดาวิกา



ฉัตร ปริยฉัตร 



เบลล่า ราณี



มาร์กี้ ราศรี 



ชมพู่ อารยา 


 

ญาญ่า อุรัสยา

ขอขอบคุณรูปภาพเแฟชั่น แฟชั่น 10 สาวน่ากอด 2013 จาก Women Mthai Team 
ภาพประกอบจาก…นิตยสาร สุดสัปดาห์

แฟชั่น Rihanna เปลือยกาย ถ่ายภาพคู่กับงูเหลือม

แฟชั่น Rihanna เปลือยกาย ถ่ายภาพคู่กับงูเหลือม สวยสยองมันเป็นแบบนี้นี่เอง
ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร GQ Magazine









Rihanna – British GQ, December 2013 Rihanna for British GQ’s 25th Anniversary Issue Magazine Photographer Mariano Vivanco Art Director Damien

ขอขอบคุณรูปภาพเแฟชั่น แฟชั่น Rihanna เปลือยกาย ถ่ายภาพคู่กับงูเหลือม จาก Women Mthai Team ภาพประกอบจาก…นิตยสาร GQ Magazine

แฟชั่น Drama Queen นุ่น วรนุช – เจมส์ จิรายุ

แฟชั่น Drama Queen นุ่น วรนุช – เจมส์ จิรายุ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร VOLUME






ขอขอบคุณรูปภาพแฟชั่น แฟชั่น Drama Queen นุ่น วรนุช – เจมส์ จิรายุ จาก Women Mthai Team ภาพประกอบจาก…นิตยสาร VOLUME

แฟชั่นเปลือยอกปอยตรีชฎากับพระเอกฮ่องกงจางเจียฮุย

แฟชั่น เปลือยอก ปอย ตรีชฎา กับ พระเอกฮ่องกง จางเจียฮุย ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร Jet







     นอกจากจะโกอินเตอร์ไปร่วมแสดงภาพยนตร์ที่ฮ่องกงกับพระเอกระดับแนวหน้าอย่าง จางเจียฮุย แล้ว ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน ยังได้ถ่ายภาพแฟชั่น ร่วมกับพระเอกหนุ่ม ในแบบสุดเซ็กซี่ที่เห็นแล้วขนลุกซู่เลยทีเดียว เมื่อสาว ปอย ตรีชฎา ยอมเปลือยกายท่อนบน ถ่ายภาพแฟชั่นแบบแนบชิดร่วมกับพระเอกหนุ่ม

 ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับแฟชั่น แฟชั่นเปลือยอกปอยตรีชฎากับพระเอกฮ่องกงจางเจียฮุย จาก Women Mthai Team ภาพประกอบจาก นิตยสาร Jet

จัดไป! แฟชั่นหน้าหนาว เสื้อผ้า เอสเซสเซอรี่ ต้องแน่น !!!


            เริ่มมีลมเย็นๆ บวกกับอากาศอบอุ่นให้เราได้สัมผัสกันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาวกันเต็มตัวแล้วนะคะ งานนี้สาวๆคนไหนที่รออากาศเย็นๆ เพื่อจะได้ช้อป ได้หยิบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นรับลมหนาวออกมาใส่ ได้สมใจปราถนากันแล้วหล่ะค่ะ และเพื่อความสนุกและอินเทรนด์ในการแต่งตัวรับบบรรยากาศดีดีแบบนนี้ วันนี้ Women Mthai มี เสื้อผ้า แฟชั่นหน้าหนาว มาเอาใจแฟชั่นนิสต้าที่ชอบแต่งตัวแบบจัดเต็ม แบบหัวจรดเท้า มาให้ชมกันเป็นเซตเลยค่ะ  คัดสรรมาให้แบบพอเหมาะกับบรรยากาศหนาวนิดๆ เย็นหน่อยๆ เหมือนอากาศในบ้านเรา ในแบบที่ใส่แล้วไม่ถูกด่าว่าเว่อร์จนเกินไปแล้วกันนะคะ เอาเป็นว่าใครพร้อม แล้วมาอัพเดทเทรนด์เสื้อผ้าหน้าหนาวกันเลยคร่าา…


เสื้อกันหนาว : Item Must Have ! ประจำซีซั่น ต่างก็หลายแบบ หลากสไตล์ ทั้งเสื้อแจ็คเก็ต เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อสเวตเตอร์  หรืออาจเป็นเสื้อไหมพรม นำมาจับเข้าคู่กับกางเกง ก็เท่ดี แต่หากใครกลัวว่าใส่เสื้อกันหนาวแล้วจะดูตัวใหญ่ บึกบึน มากเกินไป ก็อาจจะเลือกใส่เป็นเสื้อกันหนาวที่ผ้านิ่มสบาย ไม่่หนามาก เอาไว้ใส่เพิ่มความอบอุ่นและกันลมเย็นๆก็พอ


ผ้าพันคอ : หนึ่งในแอคเซสซอรี่ที่สาวๆ ขาดไม่ได้  เพราะแค่มีผ้าพันคอเพียงชิ้นเดียว ก็นำมาแมทช์กับเลื้อผ้าได้ง่าย แถมอินเทรนด์อีกต่างหาก แต่เพิ่มเทคนิคความเก๋ อีกนิดคือ ถ้าวันไหนใส่หยิบเสื้อผ้าสีเรียบ หรือ แพทเทิลเพลนๆมาใส่ ก็เลือกผ้าพันคอลายเก๋หรือสีสันสดใสมาใส่เข้าด้วยกัน แค่นี้ก็เปลี่ยนความเบสิกเป็นสาวชิค ได้แล้วหล่ะค่ะ แถมเพิ่มความอุ่นในวันที่ลมเย็นๆ ได้เป็นอย่างดีเชียวค่ะ


เลกกิ้ง : เข้าหน้าหนาวกันทั้งที  ลองมองหากางเกงเลกกิ้งมาใส่แทนสิคะ อาจเลือกเนื้อผ้าที่หนาขึ้นอีกนิด ซึ่งแฟชั่นกางเกงเลกกิ้ง ก็มีมากมาย สีสันแจ่มๆ ลวดลายเก๋ไก๋ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นลายพริ้นท์ หรือลายกราฟฟิค ต่างๆ คราวนี้เราก็จับมาแมทช์กับเสื้อไหมพรมตัวโคร่ง หรือเสื้อกันหนาวชิคๆ ที่เรามีอยู่แล้ว นำมามิกซ์แอนด์แมทช์ง่ายๆแค่นี้ ก็อินเทรนด์และชิคสุดๆแล้วหล่ะค่ะ

 

หมวกไหมพรม : นอกจากจะหยิบมาใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่นในวันที่อากาศเย็นแล้ว เรายังนำเพิ่มลูกเล่นในการแต่งตัวเพิ่มขึ้นได้อีกนะคะ เช่น หยิบหมวกไหมพรมมาแมทช์สีเสื้อผ้าที่สวมใส่  ยิ่งถ้าเป็นหมวกไหมพรมสีแจ่มๆ ก็สนุกสดใส ไปอีกแบบนะคะ

 

ถุงมือ-ถุงเท้า : เป็นพร็อบชิ้นสำคัในวันที่อากาศที่หนาวเย็นเป็นพิเศษ หรือโดยเฉพาะตอนกลางคืน ซึ่งตอนนี้ก็มีแฟชั่นถุงเท้า-ถุงมือ สีสันจัดจ้าน หลากหลายลวดลาย หรือ สีหวาน น่ารักแบ๊วๆ สไตล์เกาหลี ก็มีมากมายให้เลือกลยนะค่ะ ถือเป็นไอเทมเล็กๆแต่มีทีเด็ดเพิ่มความเก๋ได้ดีทีเดียวเลยนะคะ

winter-fashion 

รองเท้า : ใครอยากสวยเท่ ชิคๆ แถมอินเทรนด์ตลอดหน้าหนาว ลองเลือกรองเท้าบูทหรือรองเท้าผ้าใบ อาจจะเป็น หุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ก็แล้วแต่ มาลองสวมใส่ดูนะคะ ไม่ว่าจะนำมาใส่เข้าชุดกับกางเกงขายาว เลกกิ้ง หรือ กระโปรง ก็สวยเท่ทุกชุค แน่นอนคร่าา…

จัดเต็มขนาดนี้แล้ว ขออย่างเดียว…วอนอากาศช่วยหนาวนานๆ หน่อยน้าาาา ^^


ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับแฟชั่น จัดไป! แฟชั่นหน้าหนาว เสื้อผ้า เอสเซสเซอรี่ ต้องแน่น !!! จาก Women Mthai Team ภาพประกอบจาก…whowhatwear.com

หยินหยางกับสุขภาพในยามเช้า


- การอาบน้ำชำระร่างกายตอนเช้า ควรอาบด้วยน้ำที่อุ่นเล็กน้อย  ไม่ควรที่จะให้ร่างกายที่เพิ่งตื่นนอนในตอนเช้าถูกราดรดด้วยน้ำที่เย็น  เพราะในหารพักผ่อนที่ผ่านมา ร่างกายเราอยู่ในสภาวะหยิน  หรือการนอนหลับมาเป็นเวลานาน จึงต้องปรับชี่ในร่างกายด้วยการอาบน้ำอุ่นขึ้นเล็กน้อย เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย อย่าประมาทไปค่ะ  เคยมีปรากฏมาแล้ว ตื่นมาสดชื่นดี แต่พอเข้าไปอาบน้ำเย็นยามเช้า เกิดอาการวิงเวียน แบบหน้าจะมืด เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน  เรียกว่าน็อกค่ะ  เช้านั้นเลยมึนงงไปทั้งวัน

- ตื่นนอนตอนเช้า ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 แก้วค่ะ ถ้าเป็นน้ำอุ่นได้จะดีทีเดียว ก็เพื่อให้เกิดความเป็นหยาง น้ำเย็น น้ำผลไม้แช่เย็น ควรงด

- ควรรับประทานอาหารมื้อเช้าเป็นประจำอย่าให้ขาด  เพื่อให้พลังงานหยางแก่ร่างกาย ซึ่งทางการแพทย์ได้มีการยืนยันแล้วว่า มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด และมีผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว หากมีเวลาควรรับประทานอาหารที่ร้อนๆ เช่น ข้าวต้ม ข้าวต้มกระดูกหมู หรือ ข้าวต้มทรงเครื่อง โจ๊ก ต้มเลือดหมู เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวได้รับสารอาหาร ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้พร้อมทำงาน  หากมีเวลาน้อย แนะนำโอวัลติน ชาร้อน เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง น้ำเต้าหู้ และต้องทานควบคู่ไปกับปาท่องโก๋ เพราะเครื่องดื่มเป็นกลุ่มอาหารที่เป็นธาตุหยิน แต่ปาท่องโก๋จะเป็นอาหารธาตุหยาง เมื่อทานพร้อมกันจะดีต่อร่างกาย

ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพ หยินหยางกับสุขภาพในยามเช้า จาก 247 city Magazine

นมถั่วเหลืองกับสุขภาพคนไทย


สำหรับคนไทย แพทย์แนะนำให้ดื่มนมถั่วเหลืองวัน ละ  1 แก้ว และทานเต้าหู้วันละ 100 กรัม  เพื่อรับสาร Isoflavonce หรือไฟโตเอสโตรเจนจากถั่วเพื่อบำรุงข้อกระดูก  แต่สำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข้าเสื่อม แนะนำให้เพิ่มปริมาณเป็นดื่มนมถั่วเหลืองวันละ 2-3 แก้ว และทานเต้าหู้วันละ 200 กรัม

ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพ นมถั่วเหลืองกับสุขภาพคนไทย จาก นิตยสาร A Day Bulletin

คลอรีนในสระว่ายน้ำกับปัญหาสุขภาพ


         สระว่ายน้ำ ที่ มีอยู่ตามโรงแรม สถานศึกษาหรือหมู่บ้านชุมชนใหญ่ ๆ มีความจำเป็นสำหรับการออกกำลังกายของผู้ชอบกีฬาว่ายน้ำ หรือไว้ใช้ฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ ทำให้สระว่ายน้ำมีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก จึงมีโอกาสปนเปื้อนด้วยจุลินทรีย์จากร่างกายของผู้มาใช้บริการค่อนข้างมาก ด้วย ได้มีการนำสารประกอบคลอรีนมาใส่ในสระว่ายน้ำเพื่อฆ่าจุลินทรีย์หรือเชื้อโรค ต่าง ๆ ทั้งนี้ปริมาณ คลอรีน ใน สระว่ายน้ำ ที่ใช้จะมีปริมาณ 0.6 1.0 ส่วนในล้านส่วน แต่ในปัจจุบัน ผู้ดูแลสระว่ายน้ำได้นำ คลอรีน มาใส่ในปริมาณมากเกินไป หรือนำสารประกอบ คลอรีน อื่น ๆ มาใช้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้บริการได้ง่าย 
 
       เมื่อไม่นานมานี้ทันตแพทย์หญิงจันทนา อี้งชูศักดิ์ กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และคณะนักวิจัยจากกองทันตสาธารณสุขได้ร่วมกับโรงเรียนการกีฬาจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลในผลการวิจัย เรื่อง ภาวะฟันกร่อนในผู้ว่ายน้ำ โดยการตรวจสภาพฟันกร่อนของนักกีฬาว่ายน้ำจากโรงเรียนการกีฬาจังหวัดขอนแก่น จำนวน 18 คน พบว่าทุกคนมีสภาพฟันกร่อนอย่างรุนแรง เนื่องจากนักกีฬาว่ายน้ำได้สัมผัสกับน้ำใน สระว่ายน้ำ ที่มีความเป็นกรดสูงเป็นเวลานาน เพราะ สระว่ายน้ำ ดังกล่าวได้ใช้สารประกอบเคมีของ คลอรีน ที่เรียกว่า กรดคลอโรไอโซไซยานูริก หรือคลอรีน 90 % มาใช้ทำลายจุลินทรีย์หรือเชื้อโรค โดยที่ คลอรีน ดังกล่าวมีราคาถูก ยับยั้งการเจริญของตะไคร่น้ำได้ ทำให้น้ำใส แต่ปริมาณ คลอรีน จะตกค้างในน้ำได้เป็นเวลานาน ทำให้สระน้ำมีความเป็นกรดเป็นเวลานานตามไปด้วย

      สำหรับภาวะการณ์เกิดฟันกร่อนเป็นการสูญเสียเนื้อเยื่อแข็งของฟันเนื่องมาจากปฏิกิริยาทางเคมี ตาม ปกติแล้วถ้ารักษาฟันไม่สะอาดก็จะมีจุลินทรีย์มาเจริญปกคลุมเนื้อเยื่อฟันที่ เรียกว่าแผ่นคราบจุลินทรีย์ จุลินทรีย์เหล่านี้จะเจริญและสร้างกรดออกมาทำลายสารเคลือบฟัน ทำให้สารเคลือบฟันบางลงเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ไปนาน ๆ จึงเกิดสภาพฟันกร่อนขึ้นมา อาการที่ปรากฏก็คือการเสียวฟันอยู่เสมอ ๆ 

      ถ้าท่านเป็นนักกีฬาว่ายน้ำหรือเป็นผู้ที่มาใช้บริการสระว่ายน้ำเป็นประจำ ก็ควรจะได้มีการตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพราะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟันกร่อนได้ง่าย การตรวจสุขภาพฟันดังกล่าวจะทำให้ทราบว่ามีการเกิดภาวะฟันกร่อนหรือไม่ ถ้าหากพบว่ามีภาวะฟันกร่อนจะต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วนเพื่อลดอาการเสียว ฟัน จะช่วยให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย

ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพ คลอรีนในสระว่ายน้ำกับปัญหาสุขภาพ จาก สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

มหัศจรรย์เห็ดหลินจือแดงคืนสุขภาพดีให้กับตัวคุณ

  
     ท่ามกลางความวุ่นวายสับสนในโลกที่ทุกคนต้องวิ่งให้เร็วกว่าเข็มนาฬิกา ความเครียดจากการงาน ปัญหาครอบครัว สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ สารพันปัญหา คอยบั่นทอนสุขภาพร่างกายให้ถดถอยลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา โดยที่เราเองก็ไม่เคยหันมาใส่ใจสุขภาพ ดูแลอาหารการกิน ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายความตึงเครียด ด้วยเหตุดังกล่าวจึงส่งผลให้โรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคความดัน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และสารพัดโรคร้ายที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ขาดความสมดุลเดินทางมาเยี่ยมเยือน แน่นอนว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ การหันมาใส่ใจสุขภาพ ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นออกกำลังกายนั่นเอง
.
     กระนั้นก็ดี นอกจากวิธีข้างต้นแล้วการจะช่วยฟื้นฟูร่างกายที่เสื่อมโทรมมานาน ให้กลับมามีสุขภาพดีได้นั้นยังมีทางเลือกอื่นอีก “เห็ดหลินจือ” ถือเป็นตัวช่วยอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ทำให้เราได้สุขภาพที่ดีดังใจ ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึง “เห็ดหลินจือ” เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันบ้างอยู่แล้ว โดยในสมัยโบราณมีการนำเห็ดหลินจือมาใช้ประโยชน์นานกว่า 2,000 ปี เนื่องจากถือว่าเป็นสมุนไพรชั้นสูงที่หายากต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปเสาะแสวงหา ให้ได้มาซึ่งสรรพคุณทางยาที่สุดวิเศษ ในทางพฤกษศาสตร์พบว่า เห็ดหลินจือ แบ่งประเภทตามลักษณะของสีและรูปร่างได้ 6 ชนิดด้วยกัน คือ หลินจือแดง ดำ เหลือง ขาว เขียว และม่วง ทว่า จากการศึกษาวิจัยพบ เห็ดหลินจือแดงมีสารที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมาก ที่สุด โดยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับ “โสม” ที่เป็นยาอายุวัฒนะ ยืดอายุให้ยืนยาว

.
      สำหรับคุณสมบัติอันโดดเด่นของ เห็ดหลินจือแดง ก็คือ ช่วย สร้างภูมิต้านทานโรค กำจัดสารพิษในร่างกาย กระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชรา บำรุงร่างกายเมื่ออ่อนเพลียหรือขณะพักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งช่วยควบคุมระบบไหลเวียนโลหิตให้ไหลเวียนสะดวกมากขึ้น หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า สรรพคุณในการป้องกันและบำบัดโรคภัยต่างๆ ที่กล่าวมามากมายเป็นภูเขาเลากานี้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือไม่ คำตอบก็คือ “ไม่” 


     ความมหัศจรรย์ของเห็ดหลินจือแดงนั้นได้รับการยอมรับในวงการแพทย์แผน ปัจจุบัน และการแพทย์ทางเลือก โดยมีหลักฐานรายงานการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ในเห็ดหลินจือแดงมีสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้ ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุลเพิ่มพลังในการป้องกันและบำบัดโรค คืนพลังการฟื้นฟูร่างกายที่ธรรมชาติเคยมอบให้กับมนุษย์
     หากจะอธิบายให้เข้าใจยิ่งขึ้น ก็ต้องบอกว่า เห็ดหลินจือแดง สามารถฟื้นฟูอาการป่วยได้หลายโรค ซึ่งในเชิงเภสัชวิทยา เห็ดหลินจือแดงออกฤทธิ์ต่อ 5 ระบบ คือ

.
1.ระบบภูมิต้านทาน มีการศึกษาพบว่าในเห็ดหลินจือแดงมีสารโพลีแซคคาไรด์ ที่ช่วยยืดเวลาเสื่อมของเซลล์ นอกจากนี้มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวในการจัดการกับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และเซลล์ก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงช่วยให้ร่างกายสามารถจัดการกับอาการผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลดีต่อผู้เป็นภูมิแพ้ เบาหวานที่แผลหายยาก เป็นหวัดเจ็บคอบ่อย ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง
.
2.ระบบหลอดเลือด เห็ดหลินจือแดง มีผลต่อช่วยขยายหลอดเลือด ลดการทำลายของสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว มีผลช่วยลดการเกาะตัวของไขมัน คอเลสเตอรอล หรือเกล็ดเลือดในหลอดเลือด ส่งผลให้ช่วยชะลอความแก่ไม่เพียงแต่ผิวพรรณเต่งตึงเท่านั้น แต่ชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต เป็นต้น โดยเฉพาะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะ ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างจากสารสำคัญที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือแดง เช่น Sterols, Ganoderic Acid ที่มีอยู่เฉพาะในเห็ดหลินจือแดงเท่านั้น
.
3.ระบบประสาท เห็ดหลินจือแดงจัดเป็นสารปรับสมดุล ซึ่งหมายถึงสารที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพปกติจากสิ่งต่างๆ โดยสามารถลดความตึงเครียดในสมอง ช่วยให้ระบบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองทำงานดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองสูงถึง 1.5 เท่า
.
4.ระบบต่อมไร้ท่อ ไม่ ว่าจะเป็นต่อมไทรอยด์ ต่อมไทมัส ต่อมหมวกไต ต่อมลูกหมาก และที่มองข้ามไม่ได้ คือ ตับอ่อนที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน พบว่าเห็ดหลินจือแดงมีสารสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของต่อมไร้ท่อต่างๆ เกิดความสมดุล เช่น ผู้เป็นเบาหวานเมื่อรับประทานเห็ดหลินจือแดงจะมีสภาวะของร่างกายดีขึ้น ลดอัตราความรุนแรงของสภาวะขึ้นๆ ลงๆ ของน้ำตาล เป็นต้น ที่สำคัญเห็ดหลินจือแดงมีสารที่ช่วยให้ต่อมใต้สมองหลั่งโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ในขณะที่หลับ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตในเด็กและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในผู้ใหญ่ หรือฟื้นความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่เราได้ และสุดท้าย
.
5.ระบบเผาผลาญอาหาร หากร่างกายขาดความสมดุลนำไปสู่ความผิดปกติในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น อาจเกิดความผิดปกติในการเผาผลาญอาหารเห็ดหลินจือแดงยังมีสารที่จะเข้าไปช่วย ให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อทุกระบบในร่างกาย



     นอกจากนี้เห็ดหลินจือแดงยังมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยล้างพิษ หรือขับสารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งอวัยวะที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็คือ ตับ โดยเห็ดหลินจือแดงจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับ ในการทำหน้าที่กำจัดสารพิษ สร้างน้ำดี ช่วยให้อาหารประเภทไขมันถูกย่อย และดูดซึมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังขับกรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็งและสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ด้วยการขับออกทางระบบขับถ่ายทุกระบบของร่างกาย เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ และทางเหงื่อ เป็นต้น ที่สำคัญยังช่วยบำรุงไตให้ไตทำงานได้ดีขึ้น หรือในบางรายที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็ยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตด้วย อย่างไรก็ตามกระบวนการล้างพิษของเห็ดหลินจือแดง อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว มีไข้ ปวดตามข้อ ท้องเสีย น้ำมูกไหล ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดตั้งแต่เริ่มรับประทานเห็ดหลินจือแดงนาน 3-4 วันและอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากที่รับประทานติดต่อกัน โดยดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อช่วยให้กระบวนการล้างพิษ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

     ที่สำคัญสามารถรับประทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดยสามารถรับประทานเห็ดหลินจือแดงหลังจากทานยาแผนปัจจุบันไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายในการบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎี “การแพทย์ผสมผสาน” เมื่อมาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยอีกว่า เห็ดหลินจือแดงเหมาะกับใครบ้าง บอกได้เลยว่า เห็ดหลินจือแดงเหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ และสามารถรับประทานได้เป็นประจำโดยไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรทานเห็ดหลินจือแดงพร้อมกับวิตามินซีและดื่ม น้ำตามมากๆ ทั้งนี้วิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสาร ในเห็ดได้ดีขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจรับประทาน ปัจจุบันมีเห็ดหลินจือแดงแบบบรรจุแคปซูลซึ่งรับประทานได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรับประทานเห็ดหลินจือแดงที่เป็นสารสกัดได้รับ การรับรองมาตรฐานความปลอดภัย จึงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่


  
      เห็ดหลินจือแดงมิเกอิ (MIKEI) ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น 100% นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัทแมกซ์ เอลลิเม้นท์จำกัด โทรศัพท์ (02) 653 0050 โทรสาร (02) 653 0059 เว็บไซต์ www.maxelement.co.th มีจำหน่ายที่ร้าน Boots, Pharmax, Siamdrug, Phamacia และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป

รังนกมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ?

            บริโภค รังนก อย่างรู้จริงแบบสาวสมาร์ทกับ พรีมาเนสท์ ค้นพบประสิทธิภาพอันลี้ลับของรังนกบริสุทธิ์ จากการพิสูจน์โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ และพร้อมยืนยันถึงคุณค่าของ รังนก ที่ไม่ใช่เรื่องงมงายอีกต่อไป


           หากคุณเป็นหนึ่งในสาวช่างเลือก โปรดรู้ไว้เถอะว่าคุณเป็นสาวฉลาด เพราะนอกจากหน้าที่การงานที่ผู้หญิงทํา ได้ เท่าเทียมกับผู้ชายแล้ว พวกเธอยังต้องรักษาสุขภาพและรูปลักษณ์ เพื่อสร้างเสน่ห์และเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี สวยสะพรั่งตลอดกาล โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ทําขึ้นมาเพื่อให้พวกเธอเลือกใช้มากมาย ดังนั้นอุปนิสัยช่างเลือก และศึกษาสาระประโยชน์ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ จึงเป็นคุณสมบัติที่สาวสมัยใหม่ควรต้องมีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเอ่ยถึง รังนก ผู้คนต่างก็ทราบว่าเป็นอาหารราคาแพงที่ชาวจีนเชื่อมาแต่โบราณว่า ช่วยบำรุงร่างกาย และเมื่อบริโภคจนเห็นผลจึงแนะนำต่อๆกันมาถึงคนรุ่นใหม่ แต่ผู้บริโภค รังนก น้อยคนนักที่จะทราบว่า จริงๆแล้วทําไมรังนกจึงมีคุณค่านักหนา เมื่อถามไถ่ก็ไม่อาจอธิบายได้ จนทําให้หลายคนคิดว่า รังนกช่างเป็นเรื่องงมงายและเสียเงินโดยใช่เหตุ ทั้งเต็มไปด้วยนํ้าตาล แถมเมื่อเอาไปเทียบกับ สารอาหารโปรตีนจากไข่หรือถั่วยิ่งแล้วกันไปใหญ่

 
         พรีมาเนสท์ จึง มุ่งมั่นที่จะนํา รังนก มาสู่การบริโภคอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และมีเหตุผลพิสูจน์ได้สู่การดูแลสุขภาพ แบบธรรมชาติ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ไม่ยุ่งยากในการตระเตรียม โดยการผลิตที่คงคุณค่าสรรพคุณ รังนก ไว้เต็มเปี่ยม อีกทั้งใส่ใจปลอดภัย ทั้งนกและคนประสิทธิภาพของรังนก แท้จริงแล้วได้รับการพิสูจน์วิจัยว่า เกิดมาจาก ‘ไกลโคโปรตีน’ ที่มีอยู่มากมายถึง 80%’ ใน รังนก คุณสมบัติหลักของ ‘ไกลโคโปรตีน’ คือเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ทำงานลึกในระดับเซลล์ มีบทบาทในการรักษาสมดุลย์ของร่างกายและ เป็นโมเลกุลโครงสร้างเนื้อเยื่อสำคัญ ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันเชื้อโรค สร้างฮอร์โมน และไกลโคโปรตีนจาก รังนก ยังเป็นสารธรรมชาติจากสายพันธุ์สัตว์เช่นเดียวกับมนุษย์ สามารถเข้าฟื้นฟูการสร้าง เซลล์มนุษย์ได้โดยตรง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ต่างจากสารที่สกัดจากพืชมากนักและจะให้ผลดีเยี่ยม เมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณค่าเต็มเปี่ยม เหมาะสมกับผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย

 
          นอกจากสารไกลโคโปรตีนที่มากด้วยคุณประโยชน์แล้ว ในรังนกยังประกอบไปด้วยสาร EFG (Epidermal Growth Factor) นัก วิทยาศาสตร์ระดับรางวัลโนเบล ได้ค้นพบว่า สามารถช่วยกระตุ้นเซลล์ให้เสริม สร้างคอลลาเจน มีผลให้ผิวพรรณหยุ่นกระชับเต่งตึง คงความอ่อนเยาว์ ดูสวยใสตลอดกาล ถือเป็นบทสรุป ถึงคุณค่าของรังนกที่ไม่ใช่เรื่องตำนานความเชื่องมงายอีกต่อไป ไขทุกข้อกังขาด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แล้ววันนี้

แล้วคุณละ…เป็นอีกคนที่เป็นสาวช่างเลือก ช่างศึกษา อ่านแล้วอยากลองพิสูจน์สรรพคุณของ รังนก บริสุทธิ์ ด้วยตัวเองหรือไม่?

มาทําความรู้จักคุณค่าของรังนก “พรีมาเนสท์” ได้แล้ววันนี้ที่ www.primanest.com
แล้วคุณจะเชื่อ อย่างที่ผู้รู้คุณค่ารังนกหลายคน เชื่อมาแล้ว

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

รังไข่ปลาแซลมอน (SOP) หรือ รกปลาแซลมอน

SALMON OVARY PEPTIDE (SOP) หรือ SALMON PLACENTA รังไข่ปลาแซลมอน (SOP) หรือ รกปลาแซลมอน

     PLACENTA มีประวัติศาสตร์การใช้เพื่อประโยชน์ในด้านความงามมามากกว่า 2000 ปีจากเอกสารต่างๆ ที่มีการกล่าวอ้าง หญิงสาวที่งามที่สุดในโลกอย่างพระนาง คลีโอพัตรา หรือ พระสนมหนางกุ้ยเฟย ว่าในยุคนั้นมีการค้นคว้าถึงสรรพคุณของ PLACENTA (รก) เพื่อบำรุงผิวพรรณแม้แต่ญี่ปุ่นเองก็มีการค้นพบหลักฐานในอุโมงค์โบราณ ตั้งแต่สมัยโจมนว่า มีการเก็บรักษารกหรือ PLACENTA ในรูปแบบพิเศษเพื่อคงสภาพไว้ในการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านการรักษาและการ บำรุงร่างกาย รวมถึงมีหลักฐานว่ามีการใช้ PLACENTA ในราชวงศ์อังกฤษ ในด้านการแพทย์มานานกว่า 1,000 ปี นี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในพลังมหัศจรรย์ของ PLACENTA นี้มีมา ต่อเนื่องตั้งแต่อดีตกาล
.
     ในปัจจุบันเหล่านักวิจัยเคยตั้งคำถามว่า “สรรพคุณของ PLACENTA ที่เชื่อว่าเหมือนยาครอบจักรวาลนี้เป็นจริงหรือไม่” และ ผลจากการทำวิจัยโดยการแยกส่วนประกอบที่สำคัญของ PLACENTA ออกมาพบว่าสารประกอบหลัก ๆ ที่อยู่ใน PLACENTA ล้วนแต่เป็นสารที่มีประโยขน์ต่อมนุษย์เราแทบทั้งสิ้นนับตั้งแต่สารประกอบ ประเภทโปรตีน (amino acids), melatonin, , Hyaluronic acid, Collagen, Elastin, Nucleic acid (RNA and DNA), SOD (superoxide dismutase), Chondroitin sulfate, Antioxideants, Immune co-factors, PAF และเอนไซม์ในการสร้างชีวิตกว่าพันชนิดและEGFs หรือ GROWTH FACTOR มากกว่า 8,000 ชนิดซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการเสริมหรือบำรุงระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้ดีขึ้น อีกทั้งจากการวิจัยพบว่า GROWTH FACTOR ที่เป็นส่วนประกอบของ PLACENTA ยังช่วยเร่งปฏิกิริยาการซ่อมแซมผิวในยามหลับให้ดีขึ้น แม้มีการพักผ่อนไม่เพียงพอก็ตาม การพลัดผิวเพราะเมื่อผิวต้องเผชิญกับรังสียูวีในแสงแดดจะสร้างเมลามินจำนวน มากโดยในปัจจุบันรูปแบบการใช้ PLACENTA เพื่อการบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพผิวนั้นมีทั้งการดื่มทารวมทั้งการกินซึ่ง แบบหลังนี้เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ สำหรับชนิดของ PLACENTA นั้นส่วนใหญ่มาจากแกะ หมู และม้า

.
     ส่วนในประเทศญี่ปุ่นได้มีการคิดค้นและพัฒนา PLACENTA จากปลาเป็นครั้งแรกโดยเป็น PLACENTA สกัดจากรังไข่ปลาแซลมอนหรือ Salmon Ovary Peptide (SOP) หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า SALMON PLACENTA ซึ่งจากผลการวิจัยเมื่อเทียบต่อกรัมจะให้คุณค่าและสรรพคุณมากกว่า PLACENTA ตัวอื่นและได้รับการยอมรับว่า มีความใกล้เคียงและเข้ากันกับมนุษย์มากที่สุด


 
ประโยชน์ของ SALMON OVARY PEPTIDE (SOP) หรือ SALMON PLACENTA หรือ รกปลาแซลมอน

  จากการวิจัยพบว่า ประโยชน์ของ SOP มีดังนี้

  • กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวขาวใสแบบธรรมชาติ

  • เพิ่มการรักษาดุลยภาพของร่างกาย ผ่านทางระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณ

  • ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น จึงช่วยให้ขอบตาหายคล่ำ

  • กระและริ้วรอยลดลงเนื่องจากกระบวนการผลิตเม็ดสีลดลง 

  • ปกป้องสภาพผิวไม่ให้แห้งกร้านสร้างความกระชับให้กับผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น 

  • กระตุ้นการสมานเซลล์ผิว และช่วยเร่งการสมานแผลต่างๆรวมทั้งแผลเป็นไห้หายเร็วขึ้น

  • เพิ่มความสดใสให้กับผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดด และ UV

  • กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว เพื่อให้ผิวเต่งตึงแบบวัยเยาว์

ข้อแตกต่างของคอลลาเจนกับ SALMON PLACENTA (SOP)  

ข้อแตกต่างของ SALMON PLACENTA (SOP) คือนอกจากให้ประโยชน์เหมือนคอลาเจนในปริมาณ การรับประทาน ที่น้อยกว่าแล้วยังมีในเรื่องของ

  • ช่วยเพิ่มระดับ Growth Hormones ในร่างกาย เนื่องจาก Growth Hormones คือสารที่ร่างกายจะหลั่งออกมาในขณะหลับ เพื่อช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆที่สึกหรอของร่างกาย เปรียบเทียบกับคนที่พักผ่อนเพียงพอ ส่งผลให้ผิวพรรณดูมีสุขภาพดี ไม่แก่เร็ว แต่ใน SOP 100 จะช่วยให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormones ได้เป็นปรกติถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ 

  • ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น จึงมีผลทางอ้อมต่อผิวพรรณ เช่น ผิวบริเวณขอบตาที่มีสีคล้ำดูจางลง เนื่องจากเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงบริเวณรอบดวงตานั้นหมุนเวียนดีขึ้น 

  • ช่วยให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยให้มีการดึงพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกายไปใช้งาน เมื่อระบบการเผาพลาญไขมันของร่างกายทำงานดีก็จะส่งผลให้มีพลังงานสะสมน้อยลง มวลไขมันน้อยลง

ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพ รังไข่ปลาแซลมอน (SOP) หรือ รกปลาแซลมอน จาก Women Mthai Team